เสียเจ้า
๏ เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง
มุ่งปรารถนาอะไรในหล้า
มิหวังกระทั่งฟากฟ้า
ซบหน้าติดดินกินทราย
๏ จะเจ็บจำไปถึงปรโลก
ฤๅรอยโศกรู้ร้างจางหาย
จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย
อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ
๏ หากเจ้าอุบัติบนสรวงสวรรค์
ข้าขอลงโลกันตร์หม่นไหม้
สูเป็นไฟ เราเป็นไม้
ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณ
๏ แม้แต่ธุลีมิอาลัย
ลืมเจ้าไซร้ชั่วกาลปาวสาน
แม้นชาติไหนเกิดไปพบพาน
จะทรมานควักทิ้งทั้งแก้วตา
๏ ตายไปอยู่ใต้รอยเท้า
ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า
เพื่อจดจำพิษช้ำนานา
ไปชั่วฟ้าชั่วดินสิ้นเอย
กวีนิพนธ์ – อังคาร กัลยาณพงศ์
อ่านกวีบทนี้แล้วรู้สึกได้ถึง “อารมณ์” ที่ผู้ประพันธ์สือมาในแต่ละอักขระ ใครอกหักอยู่คงจะอินสุดๆ
กวีบทนี้อยู่ในหนังสือชื่อ กวีนิพนธ์ของอังคาร กัลยาณพงศ์ (หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน) – ไปงานมหกรรมหนังสือคราวนี้คงไม่พลาดโดนผมสอยเป็นแน่แท้
เพื่อนที่จุฬากำลังจะทำ thesis เกี่ยวกับอารมณ์ในตัวหนังสือ – ลองเอากวีบทนี้เป็น case study หน่อยเป็นไง?
ปล. ปิดเทอมแล้ว (โว้ย)
ปล.2. อีกไม่นานก็เปิดเทอมอีกแล้ว (โว้ย) T-T
7 Comments
ใช้ศัพท์สูงเนอะ ไม่ค่อยเข้าใจความหมายเลย
ปล. ดีใจด้วยที่ปิดเทอมแล้ว ลันล้า
อืมดูแค้นๆ ดีเนอะ ชอบภาษาไทยสมัยเก่าๆ แบบนี้จัง ดูมันสละสลวยดีอ่ะ
ว้าว hi-so จังเลย มี 2 theme ด้วย ตอนนี้อยู่ใน อารมณ์ที่อยากใช้สีดำอยู่เลย เก๋ๆ
ความรู้สึกของการได้ปิดเทอม.. อย่างงั้นเหรอ…
เยี่ยมไปเลยครับ กลอนนี้
(แน่อยู่แล้วเพราะผู้แต่งเป็นศิลปินแห่งชาติ)
อารมณ์เค้า เจ็บสุดๆ เลย
ฮ่าๆๆ เยี่ยมครับ..กวีไทย เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งต่อโลกใบนี้..มันเก็บอารมณ์ต่างๆ เอาไว้ได้อย่างดีจริงๆ ครับผม..โอ..ซึ้งในวลีท่านจริงๆ