การทำงานอย่างมีความสุขเป็นเรื่่องจำเป็น
เพราะถ้าไม่มีความสุขกับสิ่งที่ทำ ก็ไม่ต่างกับการที่เราโดนบังคับ โดนสั่งให้ทำ…
คนเราถ้าต้องทนอะไรสักอย่างแล้ว สักวันหนึ่งขีดแห่งความอดกลั้นก็คงจะมาถึง และไ่ม่พ้นการ “ทนไม่ไหวแล้ว (โว้ย)” และผลงานที่ออกมาคงจืดชืด ไร้รสชาติของความสร้างสรรค์
ขอยกบทความหนึ่งจากหนังสือเรื่อง “คิดนอกรีต (Creativity)” ของ Osho มาให้อ่านกัน
กล่าวถึงอับราฮัม ลินคอร์น
ในขณะที่ท่านประธานาธิบดีกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าวุฒิสภาในพิธีเข้ารับตำแหน่ง ได้มีผู้มากยศถาผู้หนึ่งลุกขึ้นยืนและกล่าวว่า “ท่านลินคอร์น ด้วยความบังเอิญบางอย่างทำให้ท่านได้กลายเป็นประธานาธิบดีของประเทศ แต่ท่านอย่าหลงลืมไปเสียล่ะว่า ท่านและบิดาเคยไปที่บ้านของเราเพื่อตัดรองเท้าให้ครอบครัวของเรามาก่อน และยังมีวุฒิสมาชิกจำนวนมากที่สวมรองเท้าที่บิดาท่านเป็นผู้ตัดเย็บ ฉะนั้นอย่าลืมกำพืดของตัวไปเสียล่ะ”
ชายผู้นั้นตั้งใจจะสร้างความอับอายให้แก่ท่านลินคอร์น แต่ไม่มีใครสามารถทำให้ท่านลินคอร์นอับอายได้ มีแต่เพียงผู้อ่อนด้อยและดูถูกตัวเองเท่านั้นที่จะรู้สึกขายหน้า บุคคลที่ยิ่งใหญ่นั้นอยู่เหนือความอับอายขายหน้าใดๆทั้งมวล
ท่านอับราฮัมลินคอร์น ได้กล่าวบางสิ่งบางอย่างที่ทุกๆคนยังคงจำได้ดี ท่านกล่าวว่า
“ข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณท่านมากที่ทำให้ข้าพเจ้าได้นึกถึงบิดาก่อนที่ข้าพเจ้าจะได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อวุฒิสภาแห่งนี้ บิดาของข้าพเจ้าเป็นบุคคลที่ดีงามยิ่ง และเป็นศิลปินที่มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่มีใครทำรองเท้าได้สวยเหมือนท่าน ข้าพเจ้าตระหนักดีว่าตนเองเคยเป็นอะไรมาก่อน ข้าพเจ้าไม่มีทางเป็นประธานาธิบดีได้ยิ่งใหญ่เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ในการเป็นนักสร้างสรรค์ของท่านพ่อได้เลย ข้าพเจ้าไม่อาจแซงล้ำหน้าท่านได้”
“อนึ่ง ข้าพเจ้าใคร่แจ้งแก่ท่านวุฒิสภาทั้งหลายว่า หากรองท้าคู่ใดที่ตัดเย็บโดยบิดาของข้าพเจ้ากัดเท้าท่านล่ะก็ ขอให้แจ้งแก่ข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้าจะไปช่วยแก้ไขให้ถึงบ้านของท่าน ข้าพเจ้าได้เรียนรู้มาบ้างจากบิดา ถึงแม้จะไม่ได้เป็นช่างทำรองเท้าที่ยิ่งใหญ่ แต่อย่างน้อยก็แก้ปัญหาของท่านได้”
มันไม่ได้สำคัญว่างานของท่านคือ การเขียนภาพ แกะสลัก ตัดรองเท้า ทำสวน ทำนา ทำประมง หรือเป็นช่างไม้ แต่สิ่งสำคัญก็คือ ท่านได้ใส่จิตวิญญาณลงไปในสิ่งที่ท่านสรรค์สร้างหรือไม่? เพราะเมื่อนั้นผลผลิตจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของท่านจะมีคุณสมบัติอันวิเศษบางประการ
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หมายถึง การทำงานอย่างมีสมาธิและสนุกสนาน ทำงานนั้นด้วยใจรักอย่างลึกซึ้ง หากท่านมีใจรักแล้วล่ะก็ แม้แต่งานทำความสะอาดก็เป็นงานที่สร้างสรรค์ได้ แต่หากท่านไม่รักงาน งานนั้นก็เป็นเพียงงานกระจอกและเป็นภาระ
ค้นหา “ที่” ของตัวเองให้เจอ และสร้างสรรค์สิ่งที่มีค่า
ให้คุ้มกับลมหายใจที่ใช้ไปจากโลกใบนี้
บอกตัวเอง… เนื่องจากกำลังหาหัวข้อ thesis ^-^
6 Comments
อ่านแล้ว นึกถึงวันพ่อ
หนังสือเล่มนี้น่าสนใจนะ
ข้อคิดดี ๆ
ชอบจัังเลยคับ
CREATIVE THINKING
ความหมาย
Torrance กระบวนการที่บุคคลสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ และสามารถตั้งแนวความคิด หรือ สมมติฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ และเมื่อทดสอบสมมติฐานแล้ว ก็สามารถถ่ายทอดค้นพบนั้นให้ผู้อื่นทราบได้
จากกระบวนการนี้ ทำให้เกิดการผลิตสิ่งแปลกๆ ใหม่ ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน สิ่งเหล่านี้อาจเกิดจากการรวบรวมความรู้ที่ได้จากประสบการณ์เดิม แล้วเชื่อมโยงเข้ากับสถานการณ์ใหม่ก็ได้ อาจคิดสร้างสรรค์ในแง่นี้ เป็นกระบวนการแก้ปัญหา เรียกว่า Creative problem solving
Duffy ความสามารถที่มองสิ่งต่างๆ ในแนวใหม่ ทำการเรียนรู้จากแนวเดิม เชื่อมโยงกับสถานการณ์ใหม่ ที่ไม่จำกัดอยู่ในกรอบการแก้ปัญหา ด้วยวิธีการใหม่ที่ไม่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ คิดได้กว้างไกล เพิ่มเติมจากข้อมูลที่ได้รับ
ความคิดสร้างสรรค์มี 3 ลักษณะ คือ คิดเชื่อมโยง คิดค้น และแก้ปัญหา
Guilford ความคิดสร้างสรรค์มีลักษณะอเนกอนัย (Divergent thinking) ประกอบด้วย ความคิดริเริ่ม (originality) ความคิดคล่อง (fluency) ความคิดยืดหยุ่น (flexibility) และความคิดละเอียดลออ (elaboration)
กระบวนการคิดสร้างสรรค์
Davis กระบวนการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ กระบวนการนี้เริ่มต้นด้วยปัญหา ที่เรียกว่า ความยุ่งเหยิง (mess) แบ่งเป็น 5 ขั้นตอน คือ
1. Fact finding
2. Problem finding
3. Idea finding หาแนวทางแก้ปัญหา ให้มากที่สุดอย่างอิสระ
4. Solution finding วิธีการที่เหมาะสมที่สุด หาหลักเกณฑ์
5. Accepting finding ค้นหาคำตอบที่ยอมรับ
พฤติกรรมที่มีความคิดสร้างสรรค์
ดุษฎี บริพัฒน์ ณ อยุธยา ความคิดสร้างสรรค์สรุป ดังนี้
1. Curiosity
2. Imagination
3. Willingness to risk
4. Fondness for complexity
ทฤษฎี
Davis (1983) รวบรวมแนวคิดเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ของนักจิตวิทยาโดยแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 4 กลุ่ม คือ
1.ทฤษฏีความคิดสร้างสรรค์เชิงจิตวิเคราะห์
2.ทฤษฏีความคิดสร้างสรรค์เชิงพฤติกรรมนิยม
3.ทฤษฏีความคิดสร้างสรรค์เชิงมานุษยนิยม
4.ทฤษฏี AUTA ความคิดสร้างสรรค์นั้นมีอยู่ในมนุษย์ทุกคน และสามารถพัฒนาให้สูงขึ้นได้ การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ตามรูปแบบ AUTA ประกอบด้วย
4.1 การตระหนัก (Awareness) คือ ตระหนักถึงความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์
4.2 ความเข้าใจ (Understanding) คือ มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องราวต่างๆ
4.3 เทคนิควิธี (Techniques) คือ การรู้เทคนิควิธีในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
4.4 การตระหนักในความจริงของสิ่งต่าง ๆ (Actualization) คือ การรู้จัก หรือตระหนักในตนเอง
เมื่อมาพิจารณาถึง ความคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking) กับ คิดไตร่ตรอง (Reflective thinking) เกี่ยวกับความพันธ์กันทางสมองแล้ว ความคิดสร้างสรรค์ อยู่ในสมองซีกขวา ส่วนความคิดไตร่ตรองกำกับโดยสมองซีกซ้าย ซึ่งสมองซีกขวาถูกพัฒนามาก่อนสมองซีกซ้าย
ลักษณะพิเศษบางประการของสมองซีกขวา คือ ความไร้ระเบียบ จะเห็นว่า เด็กจะจับนั่น ทำนี่ อย่างไร้ระเบียบ ผู้ใหญ่จะต้องคอยสอดส่องดูแลตลอดเวลา จะสังเกตเห็นได้ชัด ศิลปิน เป็นกลุ่มคนที่มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ พวกนี้จะไว้หนวด ผม ดูแล้วรกรุงรัง ซึ่ง Davis เริ่มต้นพฤติกรรมความคิดสร้างสรรค์ด้วยความยุ่งเหยิง (mess)
ตรงกันข้ามกับสมองซีกซ้าย ซึ่งเป็นส่วนแห่งเหตุผลตรรกะ จริยธรรม พัฒนาคนให้มีให้มีความคิดไตร่ตรอง
ฉะนั้น สมองทั้งสองด้านนี้ควรที่จะพัฒนาให้ไปด้วยกันให้ได้
ในการออกแบบการสอนควรที่จะปล่อยโอกาสให้นักเรียนคิดสร้างสรรค์ และใช้จินตนาการในเรียนรู้ จากนั้นจึงใช้ความคิดไตร่ตรองมาพิจารณา ทดสอบสิ่งที่คิดไว้นั้น ถูกต้องเหมาะสมแค่ไหน เพราะลำพังความคิดแม้จะเป็นจริง