คราวที่แล้วเขียนเรื่อง 7 stages of actions จริงๆตั้งใจจะโยงมาเรื่องนี้ครับ..
ในเมื่อการติดต่อระหว่างมนุษย์กับจักรกลมันยาก เพราะต้องผ่านจาก สมอง <-> ร่างกาย <-> จักรกล จะเป็นยังไงถ้าตัดตัวกลางคือ “ร่างกาย” ออก?
นิยายและหนังหลายเรื่อง กล่าวถึงยุคอนาคตที่มนุษย์และเครื่องจักรประสานรวมกันเป็นหนึ่ง… ที่เด่นๆเห็นจะเป็นเรื่อง The Matrix
Brain Computer Interface (BCI)[1] เป็นศาสตร์หนึ่งที่เพิ่งเกิดเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว (1970) เพื่อช่วยผู้พิการที่ไม่สามารถใช้ร่างกายในการติดต่อกับคอมพิวเตอร์ – ประมาณว่าใส่ที่ครอบหัวเพื่ออ่านคลื่นสมองนั่นแหละครับ
แบบครอบหัวมันเด็กๆ เขาเรียกว่า non-invasive BCI แปลเป็นไทยได้ว่า “ไม่รุกราน” – มาดูแบบโหดๆกัน
คุ้นๆนะ…
นี่มัน prototype matrix ชัดๆ!
เจ้านี่มีชื่อว่า BrainGate[2] ครับ หลักการทำงานคือเปิดกระโหลก(เหยื่อ?) ออกมา แล้วเอาชิพติดเข้าไป ต่อเชื่อมกับสายเคเบิ้ลแล้วมาเป็น input ให้กับคอมพิวเตอร์
คำเตือน คุณหนูๆอย่าไปเลียนแบบเฉาะกบาล ปาป๊า/หม่ามี๊ นะครับ -_-’
เหยื่อคนแรกๆที่ประสบความสำเร็จในการทดลองนี้คือกระทาชายนามว่า Matt Nagle[3] ครับ – เขาเป็นนักกีฬาอนาคตไกล แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดโดนอัดจนกระดูกสันหลังไม่ทำงาน ผลก็คือเป็นอัมพาตไม่สามารถสื่อสารอะไรได้เลย แม้แต่หายใจเองยังไม่ได้
แล้ว Matrix เอ๊ย – ด๊อกเตอร์ท่านหนึ่ง ก็นำเขามาทดลอง/รักษา โดยฝัง BrainGate เข้าไป
ผมพูดอะไรไม่ออกเลยว่ะครับ ผมแค่คิดว่า “เคอร์เซอร์เอ๋ย จงไปทางขวาบน” แล้วแม่งก็ไปจริงๆว่ะครับ – มันให้ความรู้สึกเป็นอิสระอีกครั้ง พระเจ้าจอร์จ มันยอดโคด – นายแมตกล่าว[4]
นายแมตไม่ได้พูดหรอกครับ เขาติดต่อกับโลกภายนอกด้วยการพิมพ์ผ่านความคิดแล้วโผล่ที่มอนิเตอร์
นักวิทยาศาสตร์ก็ช่างซุกซน คิดเทคโนโลยีใหม่ๆมาเรื่อยๆ แต่อย่าลืมว่าเหรียญมีสองด้านฉันท์ใด ทุกอย่างก็มีทั้งคุณและโทษฉันท์นั้นเช่นกัน…
BCI อาจช่วยผู้เสื่อมสมรรถภาพ (ไม่ใช่ทางเพศ) ให้มีชีวิต “ใกล้เคียง” กับปกติอีกครั้งหนึ่ง แต่หากเกิดฮิตขึ้นมา เราอาจเห็นฝูงซอมบี้นั่งตาปรือ จีบกันผ่านคลื่นสมอง แค่คิดก็สยองแล้วครับ – อนุญาตให้แทนจีบเป็นกิจกรรมอื่นแล้วแต่จะคิด
ขอให้มนุษย์เรายังมีสติใช้จักรกลเป็น “เครื่องมือ” แทนที่เราจะตกเป็นทาสของมันทีเถอะ…
ส่งท้าย…
Matt Nagle ถึงแก่กรรมแล้วในวันที่ 4 สิงหาคม 2007 ขอให้นายเกิดมาใหม่โชคดีกว่านี้นะ RIP
References:
- [1] – Brain-computer interface – Wikipedia
- [2] – BrainGate – Wikipedia
- [3] – Matt Nagle – Wikipedia
- [4] – แปลเป็นไทยปนกะเหรี่ยง ตัดตอนจากบทสนทนาบางส่วนใน http://www.pbs.org/wnet/religionandethics/week846/feature.htm

5 Comments
เคยได้ยินว่า มีโปรเฟลเซอร์คนนึงใช้วิธีแบบนี้เหมือนกันนะ เพราะพิการทั้งร่างกายตั้งแต่เกิด แต่มีอย่างเดียวที่อัจฉริยะสุด ๆ ก็คืด สมอง
เคยเห็นแบบใช้สมองลิงอ่ะครับ
ใช้สมองขยับแขนกลหยิบอาหารใส่ปาก
http://tinyurl.com/dkk35k
มีแบบนี้ด้วยหรอ จริงเจ็งจริง
ด๊อกเตอร์ท่านนั้นชื่อว่ามอร์เฟียสป่าว
อ่า…น่ากลัวเหมือนกันนะครับ…ฮ่าๆ แต่ก็ สมอง คือบ่อเกิดของความเป็นคนละครับ ถ้าขาดสมอง คนเราก็ไม่ต่างอะไรจากลิงหรอกนะครับ