เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยการกด ctrl + s…
คอนโทรลกับเอส กดด้วยนิ้วก้อยและนิ้วกลางข้างซ้ายพร้อมกัน พอดิบพอดี ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น…
ทั้งๆที่เพิ่งเปิด Notepad ขึ้นมาและยังไม่ทันได้บรรจงสาดใส่ถ้อยคำลงไป ผมก็เริ่มด้วยการกดชอร์ตคัตของการเซฟ
ห่ะ นิสัยนี้มันแก้ไม่หายสักที…
ถ้าเซฟเสร็จแล้วผมเกิดคิดอะไรไม่ออก ปิดมันไป ต่างอะไรกับการไม่เขียนเลยตั้งแต่แรก?
ที่รู้ๆคือจะมีไฟล์ขยะค้างอยู่บนเดสทอป (อีกเรื่องที่กวนใจ ห่ะเช็ด เดสค์ทอป หรือ เดสทอป ทำไมไม่ Desktop) เป็นตะกอนค้างทิ้งไว้จนกว่าผมจะรำคาญจับลากเข้าโฟลเดอร์สักอัน เหมือนกองขยะที่หลอกตัวเองว่าสักวันจะเข้ามาเหลียวแล
เหมือนบางเรื่องในชีวิตที่ทิ้งคราบไว้รอการขัดเช็ด…
ห่ะ พล่ามอีกแล้ว นิสัยนี้ก็แก้ไม่หายซะที…
ผมวางหนังสือบันทึกนกไขลานของมูราคามิไว้ข้างๆ หนังสือที่ผ่านการถูกเสพมาแล้ว 3 ใน 4 ของชีวิตมัน
มันนี่แหละที่กระตุ้นให้ผมคันคะเยอ คันจนต้องมาเกาผ่านปลายอักษร ก่อนที่ความคันจะจางหายไป
เรื่องราวในนิยายเริ่มต้นด้วยพนักงานกินเงินเดือนคนหนึ่ง แต่งงานมีครอบครัว มีชีวิตธรรมดาๆ แต่เรื่องราวที่ผ่านไปในแต่ละบรรทัดเผยอความ “ไม่ธรรมดา″ ออกมาทีละน้อย ล่อหลอกให้เราติดตามในบรรทัดถัดไป ถัดไป แล้วก็ถัดไป
ในเรื่องกล่าวถึงภาวะไร้ตัวตนของพระเอก จากการแสวงหาอัตตาโดยไปอยู่คนเดียวในบ่อน้ำแห้งผากของบ้านร้าง เป็นเวลาหลายวัน
เออ แม่งเพี้ยนแบบมูราคามิ…
ตอนที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้นอกบ้าน (คนอื่น) เหม่อมองไปบนท้องฟ้าเห็นดวงจันทร์ลอยเด่น – ในวินาทีนั้น ผมมองหาสิ่งที่หายไป ไม่ใช่เครื่องบิน ไม่ใช่ดวงดาว – แต่ผมมองหาดวงจันทร์อีกดวง และเส้นโค้งอีกเส้น
พอจะนึกภาพออกไหม? ดวงจันทร์สองดวงบนระนาบเดียวกัน ห่างกันพอประมาณ แต่งแต้มด้วยเส้นโค้งข้างใต้
นั่น อย่างนั้นแหละ…
แว่บแรกผมมองหาเส้นที่โค้งแบบถ้วยหงาย หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ หรือมันจะเป็นเส้นตรงกันข้าม – เส้นโค้งแบบถ้วยคว่ำ?
เออว่ะ แม่งเพี้ยน…
ประเด็นคือการค้นหา เรามองโลกในแบบที่มันเป็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เราเชื่อสนิทใจว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออก และตกทางตะวันตก เชื่อพอๆกับที่เด็กต้องการการศึกษา ชีวิตต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการทำงาน และนักการเมืองต้องโกงกิน
จินตนาการถูกเขี่ยกระเด็นไปอยู่ซอกหลืบแห่งความนึกคิด ขีดคร่อมด้วยตรรกกะ ฆ่าทิ้งด้วยเหตุผล…
อารยธรรมมนุษย์เกิดมาได้ไม่กี่ขวบปี เทียบกับระยะเวลาที่ดาวสีฟ้าดวงนี้ถือกำเนิด มิใคร่พูดถึงวัฒนธรรมฮิปปี้ ซาลารี่ เจ็นเอ็กซ์ เจ็นวาย ไอพอด ห่ะเหว ถ้าพรุ่งนี้กาแล็กซี่เกิดขี้เกียจ กระพริบตาสองสามที โลกเกิดสลายหายไปเป็นความทรงจำ เรื่องที่เรายึดมั่นถือมั่นจะเหลือราคาความจริงมากน้อยเพียงใด?
หรือเหมือนกับที่เราขุดซากฟอซซิลแล้วจินตนาการว่าไดโนเสาร์หน้าตาเป็นอย่างไร?
การค้นหาคือการตั้งคำถาม บ่อยครั้งที่ไม่ต้องการคำตอบ บางครั้งการค้นหาก็เหมือนการกวนตะกอนให้ขุ่น ปล่อยให้จินตนาการลอยฟุ้ง – มูราคามินับว่าเป็นนักกวนตะกอนมือเซียนเลยทีเดียวล่ะ
ผมก็เคยพยายามกวนตะกอนเหมือนกัน ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ผมตั้งคำถามถึงสภาวะของตัวตนในเรื่องสั้น (ขนาดยาว) ชื่อจุดดับของตัวตน – ในเรื่องตัวเอกเป็นเด็กเนิร์ดที่พอใจกับโลกใบเล็กที่บรรจุพอดีตัว แล้ววันหนึ่งเมื่อไม่มีคนรับรู้ถึงตัวตนของเขา เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีตัวตน?
มาถึงบรรทัดนี้คุณอาจงงกับบรรทัดก่อนหน้า ถ้าไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะผมกดคอนโทรล เอส ไปแล้วตะกี้
ระวังหน่อยล่ะคุณก็อาจจะกดโดยไม่รู้ตัว…
ไปล่ะ ผมจะกลับไปเสพส่วนทีเหลือให้ชุ่มปอด
5 Comments
ขอบคุณ สำหรับ ความรู้ นะคับ
เริ่มฟุ้งซ่านละ – * -
เป็นหนังสือที่น่าอ่านดี
@Orbit สนใจเดี๋ยวเอาไปให้อ่าน
@เด็กมช งงครับ? ความรู้อยู่บรรทัดไหนอ่ะครับ? ผมเพ้อเอานะ