กาลครั้งหนึ่ง – ความรักทำให้คนตาบอด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างแสนไกล…

แคว้นเล็กๆที่ปกครองด้วยราชวงศ์เล็กๆซึ่งเป็นที่รักใคร่ของประชาชน ยังมีเจ้าชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาเหงาเศร้า พร้อมกับถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า

เจ้าชายเป็นลูกคนเดียว พระราชาทุ่มเทความรัก ความเอาใจใส่ เพื่อให้เจ้าชายเติบโตเป็นกษัตริย์ที่ดีต่อไปในอนาคต ชีวิตของเขาดำเนินไปอย่างมีความสุข จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขารู้ตัวว่าต่างจากคนทั่วไป

เจ้าชายมีตาดวงที่สามอยู่กลางหน้าผาก…

พระราชามีตาสองดวง พระราชินีก็มีตาสองดวง ใครๆที่เจ้าชายพบเจอก็มีตาเพียงสองดวง แต่เจ้าชายกับเป็นตัวประหลาดที่มีมันถึงสาม

นับจากวันนั้นเจ้าชายก็ไม่มีความสุขอีกต่อไป เขารู้ดีถึงพ่อจะไม่เคยพูดถึงความผิดปกติอันนี้ แต่ลึกๆพ่อคงมองเขาเป็นตัวประหลาดด้วยความสมเพช ดีไม่ดีสาเหตุที่แม่ตายไปหลังจากให้กำเนิดได้ไม่นาน อาจเป็นเพราะทนไม่ไหวที่รับรู้ว่าตัวเองคลอดตัวประหลาดออกมาก็ได้

เจ้าชายจึงโพกผ้าคาดหัวไว้ตลอดเวลา เพื่อปกปิดตาดวงที่สาม…

เจ้าชายไม่มีเพื่อนมากนักนับแต่วัยเด็ก จะมีก็แต่เจ้าหญิงอายุไล่เลี่ยกันจากแคว้นข้างเคียง ที่มาเยี่ยมเยียนเป็นครั้งคราว กับเจ้ากระต่ายน้อยสีขาวขนปุกปุย ที่มีหางเป็นพวงสีชมพูแปร๋น

เจ้าชายหลงรักเจ้าหญิงตั้งแต่จำความได้ และถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองมากจนเกินไปนัก เขาคิดว่าสาวเจ้าก็ดูมีใจให้ไม่ใช่น้อยเช่นกัน

วันพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่พระราชายื่นคำขาดกับเจ้าชาย…

ถ้าเขาไม่หาคู่ครองเองล่ะก็ พ่อของเขาจะจับคลุมถุงชนกับคนที่เหมาะสม เพื่อทำพิธีอภิเษกสมรส และแต่งตั้งเจ้าชายเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป

เจ้าชายคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี ใจหนึ่งก็อยากไปบอกรักเจ้าหญิงให้รู้เรื่องกันไป แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าเธอจะรังเกียจตัวประหลาดสามตา และจากเขาไปชั่วนิรันดร์

“มึงจะทำหน้าเป็นตูดอย่างนี้อีกนานไหมวะ?”

เสียงอันคุ้นเคยของกระต่ายเพื่อนยาก ลอยมากระทบหูเจ้าชาย

“ไม่เสือกสักเรื่องจะได้ไหม”

เจ้าชายไม่มีอารมณ์จะเสวนากับใครในตอนนี้

“โอเค้ กูก็แค่ทำหน้าที่เพื่อนที่ดีเท่านั้นเอง”

เจ้ากระต่ายทำหน้าเซ็งเป็ด กระโดดดึ๋งๆ ออกไปทางประตู

เจ้าชายหันมาหาเพื่อนสนิทและเอ่ยถาม ก่อนที่เจ้ากระต่ายจะกระโดดดึ๋งๆออกจากห้องไป

“ถ้ามึงรักใครสักคนมาก แต่รู้ว่าเขาอาจจะไม่รักมึง… ไม่สิ เอาเป็นว่าเขาไม่รักมึง มึงจะบอกรักเขาไหม?”

“รักคือการให้โดยไม่สนสิ่งตอบแทน”

“แล้วมึงจะบอกรักเขาไหมล่ะ?”

“รักอยู่ที่หัวใจ ใช่ริมฝีปาก”

“ตกลงว่ามึงไม่บอก?”

“รักไม่ใช่โฆษณา ไม่ต้องทำพีอาร์แต่อย่างใด”

เจ้าชายทำหน้าถมึงทึงเดินรี่ไปหาเจ้ากระต่าย หมายจะสั่งสอนมันซักป้าบ เจ้ากระต่ายกระโดดดึ๋งๆหลบฉากไปอย่างรู้ทัน

“อ่ะแหม ย้อเย่ง ทำเป็นตาแก่ขี้ใจน้อยไปได้ – ไหนมึงมีเรื่องเชี่ยอะไรคิดไม่ตก เล่าให้กูฟังโลด”

เจ้าชายเล่าเรื่องที่ไม่รู้จะไปสารภาพรักเจ้าหญิงดีหรือไม่ เจ้ากระต่ายนั่งฟังเงียบๆ พร้อมกับส่ายพวงหางสีชมพูแปร๋นไปมาอย่างครุ่นคิด

“สรุปคือมึงกลัวว่าเขาจะมองมึงเป็นตัวประหลาดใช่มะ”

เจ้าชายพยักหน้า

“โถ ไอ้เจ้าฟาย มึงเกิดมาหน้าตาหล่อเหลาดูดีมีชาติตระกูลขนาดนี้ ถึงมึงจะมีอีกตาติดที่ตูด กูยังยอมเป็นเมียมึงเล้ย”

เจ้าชายถอยหลังกรูด

“จะสองตา สามตา หรือสี่ตามันต่างกันตรงไหนวะ? คนเราวัดกันที่จิตใจ หรือจำนวนอวัยวะ?”

“มึงไม่ใช่กูก็พูดได้” เจ้าชายพยายามเถียง

“กูก็ไม่ได้ดีไปกว่ามึงเท่าไหร่หรอก กระต่ายทั่วๆไปมีหางสีเดียวกับตัว แล้วมึงดูหางกูดิ๊ สีชมพูแปร๋นยังกะตุ๊ด เสียสถาบันกระต่าย รู้ไปถึงไหน อายไปถึงนั่น… แต่มึงรู้อะไรมะ?”

กระต่ายหยุดพูด ให้ถ้อยคำซึมซาบในความคิดของเจ้าชาย

“ถ้ากูรักกระต่ายสาวซักตัว กูจะไม่ลังเลที่จะโบกหางสีชมพูใส่สาวเจ้าเลยสักนิดเดียว ไม่ใช่ว่ากูไม่กลัวเป็นตัวประหลาด – แต่กูยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น”

“กูถึงเป็นกระต่ายที่มีความสุขที่สุดในโลกอย่างนี้ไงล่ะ” เจ้ากระต่ายยิ้มอวดฟันขาว

เจ้าชายตัดสินใจได้ในที่สุด…


ระหว่างการเดินทางกลับจากแคว้นข้างเคียง…

เจ้าชายอมยิ้มเมื่อคิดถึงคำพูดของเจ้าหญิง เขาดีใจจริงๆที่ตัดสินใจเดินทางมาถึงต่างแคว้น

เจ้าหญิงโตเป็นสาวที่เพียบพร้อมไปด้วยรูปร่าง กริยา และชาติตระกูล หลงจากพูดคุยทักทายกันได้สักพัก เจ้าชายก็ตัดสินใจถอดพ้าโพกหัวและลืมตาที่สามขึ้น – เจ้าหญิงมีทีท่าตกใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเธอก็พูดคุยกับเจ้าชายต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เธอไม่แปลกใจเหรอที่เห็นเรามีสามตา?”

“ก็ตกใจนิดๆอ่ะนะ ตอนเด็กไม่ยักกะสังเกตเห็น แล้วเธอก็ไม่เคยบอกเลยนี่หน่า″

“แล้ว… แล้วเธอไม่กลัวเหรอ แบบว่า ชั้นเป็นตัวประหลาดอะไรแบบเนี้ย”

เจ้าหญิงยิ้ม “จะมีกี่ตา เธอก็ยังเป็นเพื่อนรักของฉันไม่เปลี่ยนไป”

“และอีกอย่าง…”

“ฉันชอบคนที่มีสามตาน่ะ” เจ้าหญิงหน้าแดงด้วยความเขินอาย

หลังจากประโยคนั้น เจ้าชายก็ไมได้ยินอะไรอีกนอกจากเสียงระฆังวิวาห์ลั่นในหัวของตัวเอง เจ้าชายมีความสุข


ความคิดต้องสะดุดลง เมื่อได้ยินเสียงร้องของผู้ชายอยู่ไม่ห่างออกไปนัก เขารีบควบม้าไปยังต้นตอของเสียง

ภาพที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าคือชายร่างท้วม ท่าทางจะมีเงินนอนร้องโอดโอย สมบัติมากมายที่อยู่ในเกวียนหลังเทียมม้า กำลังจะถูกขโมยไปด้วยเงื้อมมือของปีศาจ

เจ้าชายชักดาบอกมาจากฝัก พร้อมๆกับที่เจ้าปีศาจหันไปสบตาผู้มาใหม่ด้วยความประหลาดใจ

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ปีศาจ”

“เทคอิทอีซี่ มายลอร์ด” ปีศาจรีบเอามือดุนหลังใครคนหนึ่งเข้าไปในห้องเล็กๆบนเกวียน แล้วเดินลงมาอย่างองอาจ

“ไอกำลังจะไปจากที่อย่างสงบ ถ้ายูจะช่วยพาลุงคนนั้นไปหาหมอ ไอจะแอพพริชิเอทมาก” ปีศาจโน้มตัวด้วยความนอบน้อม

“ไม่ต้องพูดมากไอ้บัดซบ” ไม่ทันขาดคำ ดาบของเจ้าชายก็ถูกฟาดลงไป หมายจะเอาชีวิตเจ้าปีศาจ แต่อีกฝ่ายก็ไหวตัวทัน หลบเลี่ยงคมดาบได้หวุดหวิด

“แอชยูวิช มายลอร์ด” ปีศาจชูดาบชี้มาตรงหน้าเจ้าชาย เป็นเครื่องหมายประกาศศึก

การต่อสู้เป็นไปอย่างชุลมุน เจ้าชายมีฝีมือในเชิงดาบเป็นเยี่ยม เพราะได้รับการสั่งสอนจากครูฝึกที่ดีที่สุดในแคว้นแต่เยาว์วัย เจ้าปีศาจเองก็แสดงให้เห็นว่าฝีมือไม่ได้ย่อหย่อนไปกว่ากัน

เช่นเดียวกับงานเลี้ยงที่ย่อมมีวันเลิกรา เจ้าชายเพลี่ยงพล้ำให้กับเจ้าปีศาจจนได้ ในชั่วขณะที่จ้องไปยังเกวียน ตาคู่หนึ่งจ้องมองมาที่การต่อสู้ของทั้งสอง ตาคู่นั้นที่เจ้าชายไม่มีวันลืม ตาคู่นั้นของเจ้าหญิงที่เขารัก

ในขณะที่เจ้าชายเสียสมาธิ ดาบของเจ้าปีศาจก็ตวัดพาดผ่านดวงตาทั้งสองของเขา ส่งผลให้ตาทั้งสองข้างบอดสนิทในทันที

ถึงจะเจ็บปวดเจียนตาย เจ้าชายก็ยังมีสติพอที่จะกระชากผ้าโพกหัว แล้วลืมตาข้างเดียวที่เหลืออยู่

น่าตลกตรงที่ว่า สิ่งที่เขาเกลียดมาตลอดชีวิต กำลังช่วยให้เขารอดในยามคับขัน…

เจ้าปีศาจชะล่าใจจึงหันหลังให้เจ้าชาย เจ้าชายสบโอกาสจึงทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่เหลือ พุ่งเสียบดาบทะลุยอดอกปีศาจจากด้านหลัง

“ก๊อดแดม ยูมันขี้ขลาด ไอ้…” เจ้าปีศาจหันมาเห็นตาบนหน้าผากเจ้าชายจ้องเขม็ง

“ที่แท้ยูก็พวกเดียวกัน… กับไอ” เจ้าปีศาจลืมตาที่สามจ้องกลับมาที่เจ้าชาย ก่อนจะล้มทรุดลงไปกอง พร้อมกับลมหายใจที่ขาดหาย

เจ้าหญิงวิ่งมาจากเทียมม้า เจ้าชายไม่ได้หูฝาดไปจริงๆด้วย ไอ้ปีศาจระยำมันลักพาตัวคนรักของเขามา โชคดีจริงๆที่ช่วยเธอไว้ได้ทัน ถึงแม้ราคาที่เขาต้องจ่ายคือดวงตาทั้งสองข้างก็ตาม

“เจ้าหญิ…” ก่อนที่จะได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น เจ้าชายก้มลงไปดูท้องตัวเองอย่างยากเย็น เห็นรูที่เกิดจากกระสุนวิ่งผ่านกับเลือดไหลนอง

เจ้าหญิงร้องไห้จนตัวสั่น สองมือกุมปืนไว้มั่น ปากกระบอกชี้มายังเจ้าชาย

“มึงฆ่าผัวกู ไอ้สัด”

เสียงปืนลั่นอีกหลายต่อหลายนัด คนยิงไม่ได้ใส่ใจว่ากระสุนจะเข้าเป้าหรือไม่ เพราะความโกรธที่พุ่งขึ้นหน้า เจ้าหญิงทิ้งปืนและเข้าไปกอดร่างไร้วิญญาณของปีศาจ


“ฉันชอบคนที่มีสามตาน่ะ” เสียงในห้วงความคิดดังซ้ำๆ

น่าตลกตรงที่ว่า คนที่เขารักมาตลอดชีวิต กำลังจะพรากชีวิตไปจากเขา…

ดวงตาข้างเดียวที่เหลืออยู่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ก่อนจะปิดลงอย่างช้าๆ ชั่วนิรันดร์

ถ้าชาติหน้าเลือกได้ เขาคงเลือกเกิดเป็นกระต่ายหางสีชมพูแปร๋น…


งานชิ้นนี้เขียนไว้ตั้งแต่ประมาณเดือนเมษาได้ กะไว้ว่าจะลง E-Magazine ที่ทำกับเพื่อน แต่โดนราหูเข้ามาบดบัง อีแม็กเลยยังไม่มีกำหนดวางแผง 555

4 Comments

  1. e k n ๘
    Posted September 23, 2008 at 9:12 am | #

    โดนดองนานจนรอไม่ไหวแล้วหรอลุง

    ห่ะห่ะห่ะ

    (สงสัยต้องsummer หน้าว่ะ – -”
    งั้นส่งเรื่องใหม่มาด้วยละกันนะ 55+)

  2. Posted September 23, 2008 at 7:15 pm | #

    เด๋วจัดไป :)

  3. baLLE
    Posted September 28, 2008 at 8:22 pm | #

    ฮ่าๆๆ ว่าคุ้นๆอยู่

  4. Orbit
    Posted November 9, 2008 at 9:25 pm | #

    กรักๆ สนุกดี

Post a Comment

Your email is never published nor shared. Required fields are marked *

*
*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>